อาชีพหลักของประเทศอินเดีย

หลายคนคงจะไม่รู้กันว่า อาชีพหลักของประเทศอินเดีย เลยก็คือการเป็นเกษตรกร เพราะประเทศอินเดียนั้นเป็นประเทศที่มีการทำเกษตรกรมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงแค่นั้นมันยังเป็นการเกษตรกรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพราะว่าขนาดประเทศอินเดียก็มีขนาดที่ใหญ่มากอยู่แล้ว และการเกษตรกรของประเทศอินเดียนั้นมากกว่า ร้อยละ 52 ของประเทศซึ่งต้องบอกเลยว่ามันเป็นประเทศที่มีการทำเกษตรกรสูงมากถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกแล้วล่ะก็ และด้วยประเทศอินเดียด้วยสภาพอากาศและภูมิประเทศมีความได้เปรียบมากจากหลากหลายประเทศ มันสามารถเพาะปลูกได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นภูมิอากาศและสภาพอากาศที่มีความเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์และการประมง

และอินเดียนั้นไม่เพียงแต่เพาะปลูกเท่านั้นมันยังมีการเลี้ยงสัตว์พร้อมทั้งยังมีการประมงแล้วต้องบอกเลยว่าถ้าให้พูดถึงรวมๆ ของภาคเกษตรกรของอินเดียแล้วก็สามารถผลิตสินค้าที่เพาะปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ต้องบอกเลยว่ามันสามารถทำได้ถึงอันดับ 2 ของโลกต้องถือว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เป็นประเทศแห่งเกษตรกรรมเลยก็ว่าได้ และอินเดียก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ติดอันดับของโลกในการผลิตสิ่งต่างๆ ในวงการเกษตรกรรมอย่างเช่นการผลิตนมก็เป็นอันดับ 2 เเละการผลิตไข่ไก่ก็เป็นอันดับ 5 และการจับปลาก็มากเป็นอันดับ 6 ของโลกซึ่งต้องบอกเลยว่าสำหรับภาคเกษตรกรรมแล้วอินเดียเป็นประเทศที่พร้อม และมีทรัพยากรที่มากพอรวมถึงกำลังการผลิต

ที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่าสำหรับการผลิตสินค้าภายในประเทศที่เกี่ยวกับสินค้าทางการเกษตร ต้องบอกเลยว่าสำหรับภายในประเทศนั้นมันเพียงพอ และสามารถนำไปส่งออกได้อีกมากมายแต่ถ้าจะให้ดีจำเป็นที่จะต้องหามาตรการ ในการลดความเสียหายของสินค้าหลังจากการเก็บเกี่ยวซึ่งอินเดียยังขาดในเรื่องนี้แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง และทำให้ผลผลิตนั้นเสียหายน้อยลงมันจะสามารถทำกำไรให้กับประเทศได้อีกมาก เพราะไม่ใช่มันทำไม่ได้อย่างประเทศจีนและบราซิลก็เป็นประเทศที่สามารถส่งออกได้เช่นกัน ดังนั้นยังมีอีกข้อหนึ่งที่อินเดียยังต้องบอกว่าเป็นข้อด้อยเลยก็ว่าได้ก็คือประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ก็คือการขนส่งนั่นเอง ซึ่งต้องบอกว่ามันมีความไม่เพียงพอต่อสินค้าเป็นอย่างยิ่งจึงทำให้เกิดความสูญเสียในอัตราที่สูง

ดังนั้นทางรัฐบาลของอินเดียควรที่จะหานโยบายเพื่อมาปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงระบบเพื่อที่จะได้รักษาคุณภาพของสินค้า และสามารถลดความเสียหายของสินค้ามันจะเป็นการเพิ่มยอดการขายสินค้าได้อีกด้วยอินเดียไม่ได้มีแค่ผลผลิตทางการเกษตรเท่านั้น แต่ยังมีผลผลิตทางด้านอื่นอีกไม่ว่าจะเป็นทางด้านประมง หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงเช่นวัวถ้ารัฐบาลสามารถหาทางแก้ไขได้ มันก็จะสามารถลดความสูญเสียในสินค้าได้พร้อมทั้งมันจะเพิ่มความแข็งแกร่งทางการค้า และสามารถขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศได้เป็นอย่างดี เพราะประเทศอินเดียนั้นเป็นประเทศที่ติดอันดับในการผลิตสินค้าทางการเกษตรในหลายๆ ประเภทไม่ต้องบอกเลยว่าจัดว่าเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้

เป็นประเทศเกษตรกรรมเป็นอันดับ 2 ของโลก

ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่มันก็เป็นจริงสำหรับการเกษตรของประเทศอินเดียนั้นเป็นรองจากประเทศจีนเท่านั้น อินเดียนั้นเป็นประเทศที่มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจเป็นอย่างมากในการส่งออกมีบทบาททางเศรษฐกิจที่สำคัญถ้ามีการดูแลเป็นอย่างดี จะมีแต่ทำให้ภายในประเทศลดความยากจนต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นประเทศอินเดียยังขาดอยู่อีกหลายอย่างลองคิดดูว่าถ้าเขามีพร้อมทุกอย่าง เขาก็คงเป็นประเทศที่อาจจะเป็นประเทศอันดับแลกของโลกก็ได้ที่เกี่ยวกับเกษตรการผลิตผลผลิตในประเภทต่างๆ  มันถือว่าเป็นข้อดีเลยก็ได้สำหรับประเทศอินเดีย เพราะว่ามันมีภูมิประเทศที่เหมาะกับการเพาะปลูกเป็นอย่างมาก และก็มีพื้นที่เพาะปลูกมากเป็นอันดับต้นๆของโลกจึงทำให้มากกว่าครึ่งนึงของเนื้อที่ภายในประเทศ เป็นการทำเกษตรกรแล้วก็มีสิ่งที่อินเดียสามารถผลิตได้เป็นอันดับ 1 ของโลกเลยก็คือพวก มะนาว พริก ถั่วเขียว ข้าวฟ่าง มะม่วง กล้วย เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อการเกษตร

อาชีพหลักของประเทศอินเดีย
อาชีพหลักของประเทศอินเดีย

อินเดียนั้นได้เข้ามาพัฒนาเพื่อเปลี่ยนแปลงด้านการเกษตรเพื่อที่จะทำให้มันมีความสามารถทำเป็นอุตสาหกรรม เพื่อจะได้พัฒนาระบบเศรษฐกิจภายในประเทศเพราะว่าประเทศอินเดียนั้นมากกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นการทำเกษตรกรซึ่งรัฐได้เล็งเห็นว่าประชากรมากกว่าครึ่งยึดอาชีพหลักก็คือเกษตรกร ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญและหาทางที่จะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงด้านการเกษตร เพื่อให้มันสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งจะได้ทำให้รายได้ของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นด้วย ที่ทำทุกอย่างไปก็เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนในประเทศเพื่อที่จะได้เข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพถูกสุขค่ะลักษณะและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้เนื้อสัตว์หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ใช้ในการบริโภค

โดยต้องบอกเลยว่าได้เกิดปัญหาระหว่างการพัฒนาเพราะว่าการส่งออกผลผลิตด้านการเกษตรของอินเดียได้มีการลดน้อยลง เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับด้านโลจิสติกส์การขนส่งที่น้อยกว่าการผลิตจึงทำให้มีสินค้าที่มีความเสียหาย และด้วยโรคที่มีการค้าเสรีมากขึ้นจึงทำให้มีห้างสรรพสินค้าที่เข้ามาผูกขาดและเป็นตัวกลางในการกำหนดราคาสินค้า ดังนั้นจึงเกิดปัญหาแก่เกษตรกรซึ่งไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ทันกับปัญหาต่างๆ จึงทำให้เกิดการเผชิญกับความลำบากที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปตามกลไกของตลาดได้ทัน ดังนั้นประโยชน์จึงมาอยู่ที่กลไกของตลาดแทนที่จะไปอยู่กับผู้ผลิต และด้วยการตลาดในสมัยใหม่พร้อมเกษตรสมัยใหม่จึงเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการเสียมากกว่า

ถึงแม้ อินเดียนั้นจะมีกำลังการผลิตสินค้าทางเกษตรกรรมเยอะมากก็ตาม แต่ก็ยังมีปัญหาในด้านต่างๆอย่างเช่นระบบการเกษตรของอินเดียมันไม่พัฒนาไปตามผลผลิตที่ได้มา ซึ่งต้องบอกเลยว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นก็คือเกษตรกรนั้นถือเป็นงานของชนชั้นต่ำ จึงทำให้ผู้ที่มีการศึกษานั้นไม่นิยมที่จะศึกษาด้านการเกษตร ดังนั้นทางอินเดียจึงไม่ค่อยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำการวิจัยในรูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในการช่วยเหลือเกษตรกรเหมือนในประเทศอื่นๆ และต้องบอกอีกข้อหนึ่งว่าการเกษตรของประเทศอินเดียนั้นลักษณะของการเกษตรพื้นบ้าน จะถูกควบคุมโดยรัฐซึ่งไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรน้ำแหล่งน้ำหรือที่ดินแต่ละพื้นที่มีการคอรัปชั่นสูง จึงทำให้ประชากรประสบปัญหาอยู่มากถึงแม้ว่าจะมีศักยภาพในการผลิตก็ตามมัน จึงยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร

Close Menu